วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ตะบองพ่อเฒ่า

เป็นแคคตัสในสกุลเซฟฟาโลซีรีอุส ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก หมายถึง cephalium ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดดอก ลักษณะลำต้นเป็นลำต้นเดี่ยว หรือแตกกิ่ง 2-3 กิ่งที่โคนต้น ลำต้นทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลางต้น 40 ซม. สูงได้ถึง 12 เมตร สีเขียวปนเทา เมื่อต้นอายุมากขึ้นจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ต้นอ่อนมีสัน 12 สัน หรือมากกว่า ต้นที่เจริญเต็มที่มีสัน 25-30 สัน ตุ่มหนามถี่ มีหนามบอบบาง 1-5 อัน ยาว 1-2 เซนติเมตร หนามมีลักษณะคล้ายเส้นผมสีขาว 20-30 อัน ยาว 6-12 เซนติเมตร ขึ้นพันรอบต้น หนาแน่นจนปกปิดสีที่แท้จริงของต้น หนามสีขาวหม่นออกเทาถึงสีขาวเหลือง และมักหลุดล่วงในเวลาต่อมา
ดอก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร ยาว 5-9 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาว มีแถบตามยาวสีชมพูตรงกลางกลีบ ผล รูปไข่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 3 เซนติเมตร สีแดง เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เมล็ดมีสีน้ำตาลปนดำเป็นมัน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและการตัดแยกต้น ในช่วงระยะแรกของการปลูกเลี้ยง ควรระวังเรื่องการให้น้ำ ถ้ามากเกินไปรากจะเน่าตายได้

แมมแม่เฒ่า

เป็นแคคตัสที่สวยงามน่ารักต้นหนึ่ง เมื่อยังเล็กจะมีลักษณะหัวกลม พอต้นโตเต็มที่จะมีลำต้นสูงเล็กน้อย มีหน่อ มีลูกออกมารอบโคน จากตุ่มหนามเล็กๆ รอบๆ ต้นนั้นมีขนสีขาวงอกออกมา 20-30 เส้น และมีหนามกลางพุ่งออกมาตรงๆ สีขาวเหมือนกัน แต่ตอนปลายเป็นสีน้ำตาล และในร่องระหว่างตุ่มหนาม มีปุยขาวลักษณะเป็นวงกลมคล้ายวงพายุเทอร์นาโดหมุนวนอยู่ (ช่วงตอนบนของลำต้น) ดอกมีสีแดงอมม่วง กว้างประมาณ 8-15 มิลลิเมตร ดอกจะออกรอบส่วนยอดคล้ายวงแหวน มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ชอบดินโปร่งๆ ชอบแดด ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ข้อสังเกต แมมแม่เฒ่า นิยมเลี้ยงคู่กับ ตะบองพ่อเฒ่า หรือ old man cactus


ถังทอง หรือ เก้าอี้แม่ยาย

เป็นแคคตัสสกุล echinocactus มีมากกว่า 10 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก หมายถึง “เม่น” และ “หนาม” ต้นมีลักษณะเป็นทรงกลมหรือทรงกระบอก อาจขึ้นเป็นต้นเดี่ยวหรือต้นกลุ่ม ชนิดที่มีขนาดใหญ่มาก จะมีความสูงถึง 1.8 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ลำต้นเป็นสัน 8-50 สัน(พู) แล้วแต่ชนิด ผิวต้นมีสีเขียวถึงสีเขียวอมฟ้า เมื่ออายุยังน้อยจะมีสันน้อย และเนินหนามนูนเด่นชัด เมื่อโตเต็มที่จำนวนสันจะเพิ่มขึ้น มี 30-40 สัน สันลึก ตุ่มหนามบริเวณปลายยอดมีขนสั้นๆ สีขาวถึงสีเหลืองปกคลุม หนามข้าง 8-10 อัน สีเหลืองทอง หรือสีเหลืองอ่อน บางครั้งเป็นสีขาว หนามกลางมี 4 อัน ยาว 3-5 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายหนามข้าง
ดอกเกิดบริเวณใกล้ปลายยอด ออกดอกเป็นวงคล้ายมงกุฎ ดอกทรงระฆัง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร กลีบรวมแคบ ปลายเรียวแหลม สีเหลือง ปลายกลีบเป็นสีน้ำตาล ผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร เมล็ดสีแดงเข้มเป็นมัน ถังทอง หรือ เก้าอี้แม่ยาย มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางภาคตะวันออกของเม็กซิโกกลาง

เล็บเหยี่ยว

เป็นแคคตัส สกุล เฟอโรแคคตัส ชื่อสกุลหมายถึง “หนามที่แข็งแรงมาก” ตุ่มหนามมีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหนามข้าง 10-20 อัน ซึ่งมีลักษณะอ้วนและแผ่กระจายไปโดยรอบ หนามกลาง 4 อัน โผล่ตั้งตรงออกมาจากตุ่มหนาม ปลายหนามกลางมีลักษณะเป็นรูปตะขอ ยาว 15 เซนติเมตร หนามข้างแข็งมาก ยาว 7.5 เซนติเมตร ลักษณะทรงกลมออกแป้นด้านบนได้ถึง 1 ฟุต 3 นิ้ว ผิวสีเขียวเทา และขึ้นนูนเป็นสัน 15-23 พู ซึ่งจะหยักตรงตำแหน่งตุ่มหนาม ซึ่งมีสีเทา และมีหนามข้างที่อยู่รอบๆ หนามกลาง 6-12 อัน จะมีสีอ่อน ส่วนที่เป็นหนามกลาง จะมีสีแดงซึ่งมีทั้งหมด 4 อัน ยาวประมาณ 1 1/3 นิ้ว โดยที่อันล่างสุดจะแบนกว้าง ปลายงอแนบกับต้นคล้ายตะขอหรือกรงเล็บเหยี่ยว



นิ้วนางรำ

เป็นไม้ในสกุล leuchtenbergia ซึ่งมีอยู่ชนิดเดียว คือ leuchtenbergia principis สำหรับชื่อสกุล มาจากชื่อของ duke of leuchtenberg หลานของนโปเลียนโบนาปาต คำว่า “princeps” เป็นภาษาลาติน แปลว่า “เจ้า” ชื่อสามัญของไม้ต้นนี้ ในต่างประเทศ คือ อากาเว แคคตัส (agave cactus) เพราะก้านยาวที่พุ่งออกมาจากลำต้นเหมือนใบอากาเวนั้น ทำให้แคคตัสต้นนี้แลดูคล้ายกับอากาเวต้นเล็กๆ แคคตัสนิ้วนางรำ มีรูปร่างผิดแผกไปจากแคคตัสต้นอื่นทั่วๆ ไป เพราะเนินหนามนั้นแทนที่จะออกมาเป็นตุ่มเป็นเนินสูงเหมือนต้นอื่นๆ กลับเป็นก้านสามเหลี่ยมยาว และมีหนามออกมาจากตุ่มหนามตรงปลายก้านหรือเนินหนามนั้น



ลักษณะเด่นของแคคตัส (เพิ่มเติม)

คือ บริเวณลำต้นจะมีตุ่มหนามหรือขนแข็งขึ้นอยู่ โดยขนแข็งดังกล่าวจะเรียงไปตามแนวซี่หรือสันสูงของต้นอย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่เกิดตาดอกและแตกกิ่งใหม่ของต้น ดอกของแคคตัสมีสีสวยสดงดงาม ดอกจะมีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกแยกกัน ส่วนรังไข่จะอยู่ต่ำกว่าส่วนอื่นๆ แคคตัสมีรูปทรงแตกต่างกันไปมากมาย เช่น ทรงกลม ทรงกระบอก มีทั้งที่ขึ้นเป็นต้นเดี่ยวๆ เป็นลำสูง และที่ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มเป็นกอ หลายขนาดหลายประเภท

แคคตัสในภาษากรีกโบราณ

แคคตัส เป็นภาษากรีกโบราณ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่มีหนาม โดย linnaeus (carlvon linne')  แพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน เป็นผู้นำมาใช้เรียกไม้อวบน้ำที่มีรูปร่างแปลกๆ ไม่มีใบ มีแต่หนาม (ใบที่เปลี่ยนรูปกลายเป็นหนาม) มีถิ่นกำเนิดในภูมิประเทศแห้งแล้ง ทุรกันดาร จึงต้องปรับตัวให้สามารถเก็บออมถนอมน้ำไว้ในลำต้น ไว้ใช้ยามที่ภูมิประเทศรอบๆ ตัวขาดน้ำเป็นเวลานานได้ สังเกตได้ว่า แคคตัสมีลักษณะผิดไปจากไม้ยืนต้นพันธุ์อื่นๆ ที่มีใบและที่ใบมีปากใบ สำหรับถ่ายเทอากาศและคายน้ำออก ทำให้น้ำระเหยออกจากต้นได้เร็ว เนื่องจากแคคตัสไม่มีใบ มีแต่หนาม น้ำจึงระเหยออกไปได้ยาก แคคตัสจึงเก็บถนอมน้ำไว้ได้นานกว่าพันธุ์ไม้อื่นและเติบโตได้ดีในที่แห้งแล้ง


 แพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน เป็นผู้นำมาใช้เรียกไม้อวบน้ำที่มีรูปร่างแปลกๆ ไม่มีใบ มีแต่หนาม (ใบที่เปลี่ยนรูปกลายเป็นหนาม) มีถิ่นกำเนิดในภูมิประเทศแห้งแล้ง ทุรกันดาร จึงต้องปรับตัวให้สามารถเก็บออมถนอมน้ำไว้ในลำต้น ไว้ใช้ยามที่ภูมิประเทศรอบๆ ตัวขาดน้ำเป็นเวลานานได้ สังเกตได้ว่า แคคตัสมีลักษณะผิดไปจากไม้ยืนต้นพันธุ์อื่นๆ ที่มีใบและที่ใบมีปากใบ สำหรับถ่ายเทอากาศและคายน้ำออก ทำให้น้ำระเหยออกจากต้นได้เร็ว เนื่องจากแคคตัสไม่มีใบ มีแต่หนาม น้ำจึงระเหยออกไปได้ยาก แคคตัสจึงเก็บถนอมน้ำไว้ได้นานกว่าพันธุ์ไม้อื่นและเติบโตได้ดีในที่แห้งแล้ง